หนทางพิสูจน์ม้า...ห้วงเวลา วัดศรัทธาแฟนโลมารักแล้วรักเลย...น้องเอ๋ยใจเย็นๆ เพลงความหมายดีของ บ่าววี ที่น่าจะใช้ได้กับสถานการณ์ของทีม โลมาฟ้าขาว พัทยา ยูไนเต็ด ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี ที่ต้องกล่าวเช่นนี้ ก็เนื่องมาจากว่า หนทางฝ่าฟันขวากหนาม บนพื้นหญ้าของทีมลูกหนังจากเมืองท่องเที่ยวชื่อก้องโลกทีมนี้ มีอันต้องพาลพบต่ออุปสรรคนานับประการ ผิดกับซีซั่นก่อน ที่ทะยานขึ้นแท่นด้วยการจบอันดับ 6 ของตารางอย่างสวยหรู แถมมีหัวหอกของทีมครองดาวซัลโวของลีกเมืองไทยพ่วงท้าย
ครั้นจะพล่ามถึงผลงานในเลกแรก เชื่อว่าแฟนบอลโลมาฟ้าขาว มีอันต้องถอนหายใจกันหลายเฮือก ทั้งต้องอพยพย้ายรังเหย้ากว่า 80 กิโล นั่นก็แย่พอที่จะทำให้ขาดสีสันกระตุ้นพอควรอยู่แล้ว แม้จะประเดิมสนามได้สวยด้วยการสยบทีมเต็งอย่าง กระต่ายแก้ว บางกอก กล๊าส เอฟซี ได้ราบคาบ แต่ผลงานต่อมา ยังต้องส่ายหัว เมื่อสลับแพ้ และเสมออยู่ร่ำไป จนอันดับต้องรูดลงมาถึง 14 ของตารางอย่างน่าใจหาย แถมดาวซัลโวของทีมที่ว่าแน่ ยังตีนบอด ตาข่ายคู่แข่งค่อยไม่กระดิก มิหนำซ้ำยังเป็นเหล่าปราการหลังด้วยซ้ำ ที่พังประตูได้มากกว่าเหล่าหัวหอกในทีม เริ่มคล้ายสถานการณ์เมื่อปี 2009 ที่ทีมต้องดิ้นหนีตกชั้นจนบันไดขั้นสุดท้าย
จนเป็นที่มาของจุดเปลี่ยนเมื่อเก้าอี้กุนซือใหญ่มีการผลัดเปลี่ยนมือ เมฆฝนเริ่มจางหาย ผองพลังโลมา กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ปล่อยให้แต้มหลุดมือไปง่ายๆ เหล่าแฟนโลมา ก็ได้เวลาคืนลมหายใจ ตะโกนเชียร์แบบมีลุ้นอีกครา จนทีมไต่จากก้นขวด มาเชิดหัวได้ในอันดับ 6 อย่างน่าภูมิใจ แต่เหมือนเมฆฝนยังไม่หมดไปในคราวทีเดียว สาวกโลมา ยังร่ำร้องเรียกหาสนามเหย้าหลักพวกเค้าให้กลับมากดดันคู่แข่งได้ดังเดิม
ยังไงก็ต้องมาตามลุ้นตามเชียร์กันต่อไป แม้ว่าหนทางไปสนามเหย้าจะไกลเพียงใด อย่าพึ่งถอดใจ คิดซะว่า หนทางพิสูจน์ม้า...ห้วงเวลา วัดศรัทธาแฟนโลมา เราจะรอการกลับมาของทีมอีกครั้งโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ พร้อมเดินเคียงข้างกันก้าวผ่านปัญหานี้ไป แล้วเราจะกลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่ โดยที่เป็นตัวของเราเอง อย่างสมบูรณ์
......... Offside
.